ผสมน้ำหอมขาย อย่าลืมจดแจ้งกับกรมสรรพสามิต

by administrator | 01/07/2015
LOGO EXCISE DPTM

 

น้ำหอมเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 15 ของราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีของตัวสินค้าประกอบด้วย

  • ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
  • ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ
  • ผู้นำเข้าซึ่งสินค้า
  • ผู้อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนด
  • ผู้ดัดแปลงรถยนต์ (ม.144 เบญจ)
  • เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน (ม.42)
  • ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการอันตั้งขึ้นใหม่ โดยการควบเข้ากัน หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการที่รับโอนกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมเดิม (ม.57)
  • ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ตาม ม.102(3) สำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี (ม.12 ว2(2))
  • ผู้ได้รับสิทธิ์ยกเว้น หรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้า (ม.11 ว2(2),(3))
  • ผู้โอนและผู้รับโอน ที่ได้รับเอกสิทธิตาม ม.102(3) ที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับคืน หรือยกเว้นภาษี (ม.12 ว2 (1))
  • ผู้โอน และผู้รับโอนสินค้านำเข้าที่ได้รับยกเว้น หรือลดอัตราภาษี (ม.11 ว2 (1))
  • ผู้จัดการมรดก หรือทายาท ผู้ได้รับมรดกสินค้านำเข้าที่ได้รับการยกเว้น หรือลดอัตราภาษี (ม.11 ว2 (4))
  • ผู้จัดการมรดก ทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (ม.56)
  • ผู้ชำระบัญชี และกรรมการผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลิกกิจการ ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการเป็นนิติบุคคล และเลิกกิจการ โดยมีการชำระบัญชี (ม.58)
  • ผู้กระทำความผิดตาม ม.161,ม.162 (ม.163)

วิธีการคำนวณภาษีสรรพสามิต แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ

1. กรณีที่ผลิตในประเทศ
2. กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

กรณีที่ผลิตในประเทศ

ตัวอย่างการคำนวณภาษีแบบรวมใน
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
= (ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม+ภาษีสรรพสามิต+อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษี
= (ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม x อัตราภาษี) / 1-(1.1x อัตราภาษี)

ตัวอย่างการคำนวณภาษี การคำนวณภาษีแบบรวมใน
น้ำหอม 10 ขวด ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ขวดละ 500 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ

วิธีการคำนวณ
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
= (10 x 500) x 15/100
= 750 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 750 บาท ร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 75 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 825 บาท

ตัวอย่างการคำนวณภาษีแบบแยกนอก
ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม x อัตราภาษี) / 1-(1.1x อัตราภาษี)

ตัวอย่างการคำนวณภาษี การคำนวณภาษีแบบแยกนอก

น้ำหอม 10 ขวด ขวดละ 500 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

ภาษีสรรพสามิต = [(500 x 10) x 0.15] / 1 – (1.1 x 0.15)

= 898.20 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 898.20 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 89.82 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 988.02 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

ตัวอย่างการคำนวณภาษีแบบแยกนอก
ภาษีสรรพสามิต = [( C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ) x อัตราภาษี] / 1-(1.1 x อัตราภาษี)

ตัวอย่างการคำนวณภาษี กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ
บริษัท เอ บี นำเข้าน้ำหอม จำนวน 500 ขวด ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 185,250 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 78,000 บาท อากรพิเศษ 7,800 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ
ภาษีสรรพสามิต = [(185,250 + 78,000 + 7,800) x 0.15] / 1-(1.1 x 15 / 100)
= 271,050 / 0.835
= 324,611 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 324,611 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 32,461 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 357,072 บาท

ลักษณะพิเศษของการจัดเก็บภาษี คือ การยกเว้นภาษี

  • น้ำมันหอม
  • น้ำหอม และหัวน้ำหอมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 41) ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2534)

นิยามของสินค้า

ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม คือ น้ำหอม หัวน้ำหอม ไม่รวมถึงน้ำมันหอม

ประเภทของน้ำหอม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. Perfume เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมสูงสุด (หัวน้ำหอม 10 – 15% แอลกอฮอล์ 85 – 90% และน้ำ 0 – 5%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่ติดทนนานกว่า 24 ชั่วโมง
  2. Eau de toilette เป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมในอัตราส่วนที่ค่อนข้างพอดี (หัวน้ำหอม 5 – 7% แอลกอฮอล์ 75 – 80% และน้ำ 15 – 20%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่ติดทนนานประมาณ 8 ชั่วโมง
  3. Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมต่ำมาก (หัวน้ำหอม 2 – 3% แอลกอฮอล์ 60 – 65% และน้ำ 30 – 35%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่อยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น

ที่มาข้อมูล กรมสรรพสามิต